9บทเรียนจาก600คน ทำอย่างไรดีเมื่ออายุสามสิบขึ้น

เมื่อนักเขียนคนหนึ่งส่งอีเมลล์ไปหาผู้อ่านที่อายุ 37 ปีขึ้นไปว่า ถ้าต้องกลับไปแนะนำอะไรบางอย่างให้ตัวเองเมื่อตอนอายุ 30 คุณจะบอกอะไรบ้าง หลังจากนั้นมีอีเมลล์มามากกว่า 600 ฉบับตอบกลับมา และนี่คือ 9 บทเรียนที่สามารถรวบรวมออกมาได้ ว่าช่วงเวลานี้ เราควรทำอย่างไรกับตัวเองดี

1. เริ่มต้นเก็บเงินสำหรับวัยเกษี ยณได้แล้ว ก่อนที่มันจะสายเกินไป

เป็นคำแนะนำที่พบบ่อยที่สุด ว่าให้เริ่มต้นวางแผนการเงินของตัวเอง และวางแผนชีวิตหลังเกษี ยณได้แล้วตั้งแต่วันนี้เลย เรื่องการเงินมันไม่ใช่เรื่องตลก ทุกวันนี้ต้องกินต้องใช้ ถ้ายังไม่ได้หายใจออกออกมาเป็นแบ งก์ร้อยแบ งก์พัน เรื่องนี้เราต้องดูแลให้ดี เป็นช่วงที่ควรให้ความสำคัญกับการใช้หนี้ให้มากที่สุด แยก เงินสำรอง ไว้ เผื่อกรณีฉุ กเฉิ น อย่าสุรุ่ยสุร่ๅย และอย่าเพิ่งซื้อรถ ซื้อบ้าน ถ้ายังไม่มีความสามารถพอที่จะจ่าย และอย่าลงทุนในสิ่งที่คุณยังไม่เข้าใจมันดีพอ

ส่วนอีกคนบอกว่า ชั้นจะเก็บเงินฉุกเฉินไว้ให้มากกว่านี้ เพราะเรื่องไม่คาดฝันที่มันเกิดขึ้นกับเค้านั้น มันแทบทำให้ชีวิตเค้าล้ มละลๅย และการเกษียณอายุไปแล้วรอคอยแค่เงินสนับสนุนจากรัฐบาล หรือสังคมสงเคราะห์อะไรพวกนี้ ก็ไม่ได้เพียงพอที่จะทำให้มีชีวิตที่ไร้กังวลได้

สิ่งสำคัญคือ เก็บให้ไว แล้วก็เก็บให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง ขอแค่เริ่มตั้งแต่ตอนอายุเท่านี้เลย

2. ดูแลสุขภาพได้แล้ว

ลุงทอม อายุ 55 ปีบอกไว้ว่า ใจเราเนี่ย มันจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนกว่าอายุจริง 10-15 ปี ในขณะที่สุภาพของเราไปเร็วกว่าที่เราคิดไว้มาก แล้วมันก็สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของมันได้ยากมาก ไม่ใช่เพราะเรามองไม่เห็น แต่เราไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นต่างหาก

เราต่างรู้นะว่าเราควรรักษาสุภาพ กินดี อยู่ดี นอนหลับให้เพียงพอ พวกเขาต่างอยากให้เรารู้เอาไว้ว่า สิ่งที่เราปฏิบัติกับตัวเองในวันนี้ ล้วนมีผลต่อตัวคุณเองแน่นอน อาจจะไม่ใช่ภายในวันนี้ หรือปีนี้ แต่มันจะค่อยๆออกผลในแบบที่คุณแทบจะไม่ทันสังเกต

ทุกคนพูดแบบเดียวกัน ถ้าย้อนกลับไปได้ ฉันจะกินอาหารที่ดี และออกกำลังกาย ข้ออ้างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ใช่ผลดีเมื่อเวลาผ่านไปถึงตอนนั้น

3. อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไม่ได้ใส่ใจคุณ

คนอายุ 37 ปี บอกเอาไว้ว่า ให้เราหัดที่จะปฏิเสธ และพูดคำว่า ไม่ ออกไปบ้าง ถ้าต้องไปร่วมกิจกรรมหรือพบปะกับคนที่สุดท้ๅยแล้วไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น หลังจากดูแลสุขภาพทางการเงิน สุภาพของตัวเองแล้ว ก็ต้องมาดูแลสุภาพอารมณ์หรือจิตใจของตัวเองด้วย

ตอนช่วงที่เราอายุ 20 โลกของเราคือการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เรายึดติดกับบางคน แม้พวกเขานั้นจะไม่ได้สร้างหรือให้อะไรกับเราเลย แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น วัย 30 บอกกับเราว่า ความสัมพันธ์ที่ดีเนี่ยมันหๅยากนะ ฉะนั้น ถ้าเจอแล้วมันไม่ดี ก็ไม่ต้องไปเสียเวลากับใครสักคนที่ไม่ได้นำพาให้ชีวิตเราดีขึ้น

4. ดีกับคนที่เขาใส่ใจเรา

หลังจากที่เลือกคนที่ดีให้อยู่ในชีวิตแล้ว เราก็ควรที่จะรักษาเค้าไว้ให้ดีด้วย

คุณลุงเอ็ดวัย 45 บอกว่า ฉันคิดว่าฉันทำบางคนหๅยไปจากชีวิตนะ แล้วพอเค้าคนนั้นหายไป บางอย่างมันก็หายไปด้วย โชคไม่ค่อยดีที่พอคุณเริ่มแก่ขึ้นเรื่อย ๆ คนรอบ ๆตัวคุณก็จะค่อยๆ หายไป ซึ่งแน่นอนมันจะส่งผลกระทบกับความรู้สึกของคุณ

คุณแอน อายุ 41 ปี บอกว่า ใช้เวลาร่วมกับคนที่ใกล้ชิดกับคุณ อย่าลืมว่า เงิน คุณสามารถหาใหม่ได้ งานคุณก็ไปหามันใหม่ได้ แต่เวลาที่คุณจะได้อยู่กับพวกเขานั้น มันเอากลับมาไม่ได้แล้วนะ

5. คุณทำทุกอย่างไม่ได้หรอก โฟกัสแค่สิ่งที่คุณทำได้แล้วทำมันให้ดีก็พอ

ทุกอย่างในชีวิตคือการแลกเปลี่ยน คุณได้บางอย่าง เพื่อเสียบางอย่างไป คุณไม่มีทางได้มันไปทั้งหมด มันเป็นเรื่องที่คุณต้องยอมรับ คุณอังเดร อายุ 60 ปี ได้บอกเอาไว้

วัย 20 เราทุกคนมีความฝันมากมาย แล้วเราก็คิดว่าเรามีเวลาทั้งโลกเพื่อทำมัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตคุณจะดีขึ้น เมื่อคุณโฟกัสเฉพาะสิ่งที่คุณทำมันได้ดี ไม่ใช่ทุกสิ่งที่คุณอยากทำ

6. ไม่ต้องกลัวความเสี่ ยงมากก็ได้ ช่วงอายุนี้มันยังเปลี่ยนแปลงได้อยู่

จริง ๆ แล้วช่วงอายุ 30 เนี่ย เราควรจะมีอาชีพที่ปักหลักแน่นอนแล้ว แต่มันก็ไม่ได้สายเกินไปที่จะเปลี่ยน เพราะสิ่งที่น่าเสียใจกว่านั้นก็คือ เราใช้เวลาต่อจากนี้อีก 10 ปี อยู่กับสิ่งที่เราไม่ได้ชอบ จากวันเป็นเดือน เป็นปี ลืมตามาอีกทีก็อายุ 40 แล้ว สิ่งที่เสียใจที่สุด คือการไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำตั้งแต่ตอนนั้น

อีกหลายๆคนบอกว่าอายุ 30 เอง อย่าเพิ่งเอาคำว่าโตแล้ว ต้องเป็นผู้ใหญ่สิมาเป็นตัวกั้นตัวเองในการที่จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรที่มันสำคัญกับชีวิตกลัวให้น้อยลงหน่อย เพราะถ้าชั้นย้อนเวลากลับไปได้ ชั้นก็จะบอกกับตัวเองว่า วันนั้นน่าจะตัดสินใจแบบนั้นไปตั้งนานแล้ว

7. จงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทรัพย์สินที่คุณมี 2 อย่างในชีวิตที่คุณไม่สามารถเอากลับมาได้เมื่อเสียมันไป

1. ร่างกายของคุณ
2. จิตใจของคุณ

บางคนเลิกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เมื่ออายุได้ 20 บางคนพอเข้าอายุ 30 ก็ยุ่งเกินไปที่จะพัฒนาตัวเอง แต่ถ้าคุณคือส่วนน้อยที่พัฒนาตัวเอง และเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ช่วงอายุ 40 จะเป็นช่วงเวลาใหม่ที่คุณจะมีความสุขกับมัน

8. หยุดหาใครสักคนหรืออะไรก็ตามที่ดีที่สุด

ยินดีกับคนที่อยู่ตรงหน้าที่ทำให้เรารู้สึกดี และเข้าใจเราอย่างแท้จริง เพราะตอนนี้ชั้นรู้สึกเหงา เปล่าเปลี่ยว และรู้สึกได้ว่ามาคิดได้ตอนนี้ก็สายเกินไป

9. รักตัวเองเคารพตัวเองให้มากๆ

ทำอะไรเพื่อตัวเองในทุก ๆ วัน ทำอะไรที่แตกต่างไปบ้างสักเดือนละครั้ง ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่บ้างปีละครั้งก็ดี

คนส่วนใหญ่ส่งมาบอกว่า ทำดีกับตัวเองบ้าง รักตัวเองให้มากขึ้นหน่อย เพราะถ้าไม่รักตอนนี้ พอผ่านช่วงวัยนี้ไปแล้ว มันจะรักษายๅกขึ้นนะ ถ้าเจอปัญหาแล้ว ลองถามตัวเองดูว่า อีก 5 ปี 10 ปี เรื่องที่เจอ ที่รู้สึกอยู่ตอนนี้ มันจะสำคัญเมื่อถึงเวลานั้นมั้ย ถ้าไม่ใช้เวลามันแค่ไม่กี่นาที แล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ

คนส่วนใหญ่ส่งมาบอกให้ยอมรับความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ซึ่งนำมาถึงคำแนะนำสุดท้ายของ คุณลุงมาตินอายุ 58 ที่บอกว่า

พ่อเคยบอกกับผมว่า เมื่อวันที่อายุ 40 เดินทางมาถึง ผมจะมีความสุขกับมัน เพราะเมื่อวัยยี่สิบนั้น ผมคิดว่าผมรู้ทุกอย่างแล้ว พอเข้าสู่ช่วง 30 ผมจึงเข้าใจว่าที่คิดว่ารู้ ที่คิดว่าเข้าใจ นั้นมันไม่ใช่ และเมื่อวันที่ วัย 40 เดินทางมาถึง ผมก็สามารถยอมรับมันได้ว่าทุกอย่าง มันก็เกิดขึ้นและเป็นไปอย่างที่มันเป็นควรจะเป็น

ตอนนี้ผมอายุ 58 แล้ว แล้วพ่อผมก็พูดถูก