6วิธีจุดปร ะก ายให้ชีวิ ตกลับมามีไ ฟ

เราเชื่อว่าต้องมีสาวๆ หลายคนที่กำลังรู้สึกเบื่ อหน่าย ห มดไฟ ไม่อย ากขยั บตัวไปทำอะไรแน่ๆ แล้วถ้าต้องเจอกับสถา นกา รณ์แบบนี้ สาวๆมีวิธีแ ก้ไขยังไงให้ความรู้สึกนี้มันห ายไปกันบ้างคะ

1. นอน หนีปัญหา

ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าสิ่งต่างๆ มันดูยากเย็นเกินไป หรือพย าย ามมากเท่าไหร่ก็ดูจะไม่เป็นไปตามที่ใจหวัง

จนพ าลทำให้ตัวเองรู้สึกหมดไฟ หมดกำลังใจลงไปเรื่ อยๆ ต่อให้พย าย ามคิดหาทางออกขนาดไหน

แต่คิดไป คิดมา ยิ่งคิดก็ดูจะยิ่งเครี ยดหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก วิธีเรี ยกคืนสติและช่วยทำให้เราใจเย็นลงได้

ก็คือการ ‘นอนหลั บ’ นี่แหละหรือจะเรีย กว่าใช้วิธีนอนเพื่อหนีปัญหาก็ได้นะ เพราะทุกครั้งที่เราน อนหลับ

ก็เหมือนได้ปล่อยให้สม องเรี ยบเรียงเรื่องราวต่างๆ ที่พบเจอ ได้ใช้เวลาพักผ่อนเอาแรงไปสักระยะหนึ่ง

พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็จะรู้สึกว่าจิ ตใจสงบขึ้น พร้อมที่จะคิดวา งแ ผนแล้วว่าควรจะทำอะไร

จะเอายังไงต่อไปดี แล้วบางครั้งก็มักจะได้ไอเดี ยใหม่ๆ มาเป็นของแถมอีกด้วย

2.หาต้นต อของปัญหาให้เจอ

เราเชื่ อว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้น มันมักจะมีสาเหตุหรือต้ นตอของปัญหานั้นๆ เสมอ

อย่างปัญหาเรื่องการหมดไฟ ห มดแ พชชั่นก็เช่นกัน ดังนั้น ถ้าอยากจะกำจัดความรู้สึกนี้ให้มันหายไป

ก็ต้องลองพย าย ามหาต้นตอของปัญหาให้เจอ อย่างเช่น ถ้ารู้สึกห มดไฟในการทำงาน

ก็ต้องล องถามตัวเองแล้วว่ามันเป็นเพราะอะไร เป็นเพร าะเ บื่องานที่ทำ เป็นเพราะเริ่ มอิ่มตัว เป็ นเพราะงานที่ทำอยู่มันไม่ใช่

พอเราหาคำตอบได้แล้วว่าสาเห ตุที่ทำให้รู้สึกห มดไฟมันเกิดจากอะไร ก็จะช่วยให้เราสามารถหาทางออก วิธีแ ก้ไข

หรือวางแ ผนในอน าคตข้างหน้าต่อไปได้ ว่าควรทำอะไร หรือเปลี่ยนแปลงชีวิตยังไงให้มันดีขึ้น

3. ถามใจให้ดีว่าอยากทำอะไร

บางทีความเบื่ อหน่ายกับอะไรเดิมๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกหม ดไฟได้แบบไม่รู้ตัวเลยนะ

ก็ถ้าใจของเราเองบอกว่าเบื่อ บ่ นว่าเหนื่ อย คิดว่าไม่อยากทำมันอีกต่อไป ต่อให้พย าย ามโฟกัสแค่ไหน

ก็ทำไม่ได้อยู่ดี มันคงถึงเวลาแล้วล่ะที่ต้องลองถามใจให้ดีๆ ว่าตัวเราเองอยากจะทำอะไรกันแน่

ถ้าหากรู้สึกหมดแพ ชชั่นในเรื่องการทำงาน ก็ต้องลองถามตัวเองว่าจริงๆ แล้วอยากทำอะไร

หรือถ้างานที่ทำอยู่ตอนนี้มันเหนื่ อยหรือหนักหนามากจนเกินไป อย่างน้อยๆ ก็ลองหาเวลาไปพักผ่อนห ย่อนใจ

เพื่อเป็นการปล ดปล่อยความเครี ยดและภาระต่างๆ ไม่แน่ว่าอาจจะได้ชา ร์จแบ ตให้ร่างกาย

และเติ มไฟให้ใจกลับมาพร้อมลุยสิ่งที่ต้องทำต่อไปก็ได้ ของแบบนี้มันต้องลองดูก่อนถึงจะรู้ได้นะว่าเวิ ร์ครึเปล่า

4. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

เคยเป็นมั้ยคะ ยิ่งเดินไปข้างหน้า ยิ่งมองไม่เห็นทาง เลยทำให้สิ่งต่างๆ มันดูยา กเย็นและเป็นไปไม่ได้เข้าไปเรื่ อยๆ

หากใครที่กำลังรู้สึกหม ดไฟเหมือนกันในตอนนี้ อาจเป็นเพราะว่าเรามีเป้าหมายที่ยังไม่ชัดเจนพอก็ได้นะ

อย่างเช่น อยากทำนั่น ทำนี่ อย ากเป็นอย่างโน้น อย่างนี้พร้อ มกันไปซะหมด จนหล งทางและไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหนดี

พอเรื่องต่างๆ มันตีกันเลยทำให้หลุ ดโฟกัสและอยากถ อดใจในที่สุด เพราะฉะนั้ นควรเริ่มต้นใหม่

ด้วยการค้นหาสิ่งที่ต้ องเองอยากทำ โดยอาจจะเป็นเป้าหม ายเล็กๆ ที่ไม่ได้ไกลตัวมากนักก็ได้ พอเราปั กหมุ ดจุดหมายที่จะเดินทางไปได้แล้ว

ก็จะช่วยให้วางแผ นเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ว่าควรต้องทำยังไงบ้าง?

ควรลำดับความสำคัญอะไรก่อน – หลัง? พอลงมือทำไป พร้อมๆ กับมองเห็นจุดหม ายที่เริ่มใกล้เข้ามาเรื่อ ยๆ ก็จะยิ่งมีกำลังใจอยากทำมันให้สำเร็ จ

5. เติมความรู้ใหม่ๆ ให้ตัวเอง

ขอสา รภา พตรงนี้เลยนะว่ามีหลายค รั้งเชี ยวล่ะที่เรามักจะรู้สึกว่าตัวเองสู้คนอื่นไม่ได้ มีคนที่เก่ งกว่าเราอีกตั้งเยอะ

ยังไม่ทันลงสนามสู้ ก็รู้สึกเหมือนจะแ พ้ซะแล้ว ซึ่งความคิดหรือทั ศนคติแบบนี้แหละที่เป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกน อยด์แ ตก

ไม่มีกำลังใจ ไม่มีไ ฟที่จะลุกขึ้นสู้หรือลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่จะไปขอให้คนอื่นอ่อ นข้อให้ก็คงไม่ใช่เรื่องหรอกนะ

เราเลยบอกตัวเองเสมอว่าถ้ารู้ว่าไม่เก่ งเรื่ องไหน ก็ต้ องขว นขว าย เรียนรู้ และพย าย ามฝึกฝนบ่อยๆ

เพราะถ้ามัวแต่อยู่เฉ ยๆ แล้วดูถูกตัวเองเรื่อยๆ ต่อไปก็ไม่ช่วยแก้ไขปัญหา และไม่มีทางเก่งขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน

พอมีความรู้ ความสามารถ และมีส กิลด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นแล้ว ก็จะช่วยเรียกคืนความมั่นใจได้

ลองลงมือทำเพื่อให้รู้ตัวว่าชอบ ไม่ชอบสิ่งไหน แลัวยังเป็นการเส ริมสร้างแรงบันดา ลใจให้อยากทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

6. ใช้ความสำเร็ จของคนอื่นเป็นแ รงบันดา ลใจ

ถ้าหากใช้ ‘ความอิ จฉ า’ ให้เป็นประโย ชน์ ก็สามารถเปลี่ยนมันมาเป็นแร งผลั กดั นให้อยากประสบความสำเร็ จในชีวิตได้เหมือนกันนะ

บางช่วงเวลาที่เรารู้สึกหมดไฟในตัวเอง อยากปล่อยให้ชีวิตไห ลตามน้ำไปวันๆ ไม่จริงจังกับสิ่งไหนเลยสักนิด

เราก็จะชอ บเปิดดูคลิปของคนที่ประส บคว ามสำเร็จ คนเก่งๆ ทั้งหลาย ว่ากว่าที่เค้าเหล่ านั้นจะมีชีวิ ตที่ดีอย่างวันนี้ได้

ก็ต้องลงมือทำและทุ่มเทหลายๆ อย่างในชีวิต พอยิ่งเปิดดูความสำเร็ จของคนอื่น ได้รับรู้ว่าชี วิตของเค้ามันดีแค่ไหน

แล้วได้หันกลับมามองตัวเองที่ชีวิตยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ความอิจฉ าที่มีอยู่ในใจนี่แหละ

ที่จะเป็น น้ำมั นชั้นดี ที่จะช่วยจุ ดประกา ยให้เราอยากได้ อยากมีอยากลงมือทำสิ่งๆ หนึ่งให้กลายมาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จบ้าง

ภาวะหมดไฟ เป็นเรื่องที่สามารถเกิดได้กับคนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอ ายุไหน มีหน้าที่การงานอะไร

หรือแม้แต่สถานะไหนก็ตาม เพราะสภาวะแวดล้ อมที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน ความเบื่ อหน่ายจากการทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ

หรือการใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมา ยปลา ยทาง ก็ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกหม ดกำลังใจ ไม่มีแรงทำสิ่งต่างๆ ได้ทั้งนั้น

สิ่งสำคั ญมันอยู่ที่ว่าเมื่อไห ร่ก็ตามที่รู้สึกหม ดไฟ ก็ต้องรีบหาต้นต อและลงมือเปลี่ ยนแป ลงแก้ไข เพื่ อจุดประก ายให้ชีวิตกลับมามีไ ฟและพร้อมทุ่มเททำอะไรสักอย่างมากขึ้น

ถ้าหากเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังตกอยู่ในสถา นก ารณ์นี้ เราก็หวังว่าวิธีเติ มไฟในแบบฉบับของตัวเองเราเอง อาจช่ว  ยเรียกคืนแ รงใจให้กลับมาได้อีกครั้ง