18สัญญาณรั กกำลังพังรั้ งยังไงก็ไม่อยู่แล้ว

1. เวลาอยู่ด้วยกันกลับรู้สึกว่า”น่าเบื่อ”

จากที่เมื่อก่อนมีเรื่องให้เม้ามอยตลอดเวลา ตั้งแต่เรื่องฟ้าฝนอากาศข่าวประจำวันเพื่อนพี่น้องรอบข้าง หรือแม้แต่คำหวานที่บอกรักคิดถึงกันทุกวัน

แต่ตอนนี้แค่มองหน้าก็นกกาบินว่อน สตั๊น ไม่รู้จะหยิบเรื่องอะไรมาพูดปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำๆ หนักเข้าก็เกิดบรรยๅกาศมาอึดอัดซะงั้น

น่าเบื่ อจังปิดปากหาวหวอดๆมนุ ษย์สนิทกันได้ด้วยการพูดคุย ยิ่งเป็นคนรักก็ต้องคุยบ่อยๆแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ถ้าจมจ่อมอยู่กับความเงียบนานเข้า จะเกิดช่องว่างห่างไกลกันไปเรื่อยๆจนเป็นแค่ “คนเคยรัก” กันไปในที่สุด

2. ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรอยู่ที่ไหนอีกแล้ว

อยๅกจะไปไหนทำอะไรก็แล้วแต่ เมื่อก่อนต้องรายงานแฟนทุก 5 นาทีว่าทำอะไรอยู่กินข้าวร้านไหน กำลังจะไปไหน

แต่เดี๋ยวนี้ทั้งแชททั้งไลน์เงียบห ายไปเป็น 2-3 วัน เธอก็ไม่ได้สนใจเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีแฟน

3. ไม่ให้เกี ยรติอีกฝ่ายอีกต่อไป

เมื่อก่อนจะพูดจะทำอะไรต้องคิดถึงอีกฝ่ายแบบคิดแล้วคิดอีก! นับถือและให้เกียรติว่าเขาเป็นคนเก่ง ฉลาด เป็นคนดีที่โลก

แต่เดี๋ยวนี้กลับรู้สึกเฉยๆ ไม่หล งใหล ไม่ปลื้ม ไม่อย ากฟังสิ่งที่เขาพูดอีกต่อไป

4. ยังคงมองหาคนอื่นๆอยู่ร่ำไป

ก็ยังรักแฟน เห็นว่าเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิตอยู่หรอก แต่สายตาเจ้าก ร ร มมันเริ่มไม่หยุดนิ่งแล้วนี่สิ!

เวลาไปไหนก็มองหาแต่หนุ่มกล้ามแน่น หน้าใส ตัวสูงชะลูดคนนั้นคนนี้ ทั้งที่ยังจับมือกับแฟนตัวจริงอยู่ทั้งคน รู้นะว่ามันผิด

แต่อย ากมีผู้ชายมาทำให้ชีวิตตื่นเต้นเร้าใจกว่านี้

5. เห็นแต่ ”ข้อเสีย” ของอีกฝ่าย

เมื่อก่อนชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ไปหมด! เห็นแต่ข้อดีของแฟน อะไรๆ ก็สวยงามเหมือนอยู่ในทุ่งดอกลาเวนเด อร์

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เริ่มเห็นข้อเสียของเขาทีละจุด นานวันก็เห็นข้อเสียเต็มไปหมด กลบข้อดีที่เคยมีไปจนหมดสิ้นซะงั้น

6. รู้สึกว่าการคุยกับแฟนเป็น ” หน้าที่ ” ( ไม่รู้สึกจากหัวใจ )

นับวันก็ยิ่งรู้สึกว่าการที่ต้องส่งข้อความไปหา โทรไปปลุก โทรไปบอกนอนหลับฝันดีคือ ” หน้าที่ ” ไม่ให้ความสัมพันธ์จางหาย

แต่ใจจริงๆ ไม่ได้อย ากทำเลย โทรไปอย่ างนั้นแก้เหงาหรือเพราะความเคยชินเท่านั้นเอง

7. ไม่เห็นอนาคตร่วมกันเลย

หัวข้อบทสนทนาของเธอและแฟนไม่มีคำว่า ” อนาคต ” ร่วมกันเลย ถ้าพูดถึง 5 ปี 10 ปีข้างหน้า สิ่งที่จะได้รับคืออนาคตของอีกฝ่ายคนเดียว เช่น จะไปเรียนต่อ,เลื่อนตำแหน่ง

,เปิดร้านอาหารของตัวเอง หากถามถึงชีวิตร่วมกัน ความเงียบจะมาเยือน เหมือนชีวิตข้างหน้าไม่มีพื้นที่เหลือพอให้อีกคนมายืนคู่กันอีกแล้ว

8. ไม่รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายอีกต่อไป

จากที่แ คร์ความรู้สึกกันทุกครั้ง เริ่มเมินเฉย เย็นชาต่อความคิดและความรู้สึกของแฟน ต่อหน้าอาจจะใช้คำพูดปลอบใจให้แฟนรู้สึกดี

แต่จริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกขนาดนั้น ไม่ได้สนใจขนาดนั้นถ้าเขาไม่มาคร่ำคร วญ เงีย บหายไปเลย เธอก็พร้อมที่จะลืมไปได้เลยเหมือนกัน

9. เริ่มคิดว่าอย ากจะเป็น ” โสด “

ความคิดที่ว่า ” ถ้าเราเป็นโสด ชีวิตคงดีกว่านี้เนอะ ” เริ่มแวบเข้ามาในสมองมากขึ้นเรื่อยๆ มีแฟนก็เหมือนไม่มี

บางคู่อีกฝ่ายไปทำงานต่างจังหวัด / เรียนต่อต่างประเทศ ระยะห่างก็ยิ่งทำให้เหงามากขึ้นเรื่อยๆ แต่บางคู่แม้จะตัวติดกันทุกวัน ก็อย ากหนีแฟนไปแชทกับหนุ่มคนอื่นอยู่ดี!

10. ไม่เล่าเรื่อง “ชีวิตประจำวัน” ให้แฟนรับรู้อีกแล้ว

เมื่อก่อนเล่าตลอดว่าไปไหน เช้า สาย บ่าย เย็นจนบางทีผู้ชายก็รำคา ญ! แต่นานวันก็เริ่มเบื่ อ บางครั้งทักเขาไปว่า ” มอร์นิ่ง ” แล้วก็หายไปเลย

มาบอกฝันดีอีกรอบก่อนนอน เหตุการณ์ระหว่างวันที่เกิดขึ้นกลายเป็นช่องว่างให้เขาสงสัย พอเขาถามก็บอกว่าลืม เออดี

11. แฟนโก รธ / รำ คาญเธอง่ายกว่าเดิม

เมื่อก่อนพูดอะไรก็ตามใจทุกอย่ าง แทบไม่เคยเห็นเขาอารมณ์เสียใส่เธอเลย แต่เวลาผ่านไปแค่อ้าปากจะพูดอะไรหน่อยก็เอาละ ” จะมาบ่นอะไรใส่เค้าอีกล่ะ ไม่อย ากฟังแล้วนะ ”

แล้วเบะปากเป็นรูประฆั งคว่ำ เดี๋ยวๆ ทำไมต้องรีบโก รธขนาดนั้น รำคาญตั้งแต่เห็นหน้าเธอแล้วก็บอก!

12. ไม่คิดถึงอีกฝ่ายเลย

เธอสามารถใช้ชีวิตประจำวันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีใบหน้าของแฟนแวบเข้ามาเลย! แม้ว่าเขาจะหายไปเป็นวันหรือ 2-3 วัน

เธอก็สามารถลืมได้อย่ างง่ายดาย ไม่คิดถึง เพราะไม่มีเขาอยู่ในใจแล้วนั่นแหละเอาง่ายๆ มีความเย็นชา

13. อย ากได้”ช่องว่าง”และ”ความเป็นส่วนตัว”( ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เป็น )

ทำไมต้องมาวนเวียนอยู่ข้างๆ ตัวตลอดเวลาเลยนะ อึดอัด ต้องการความเป็นส่วนตัว! นี่คือความคิดเวลามองหน้าคนข้างๆ

ทั้งที่เมื่อก่อนแทบจะขอร้องให้เขามาคุย มาอยู่ใกล้ๆ พอมาอยู่จริงกลับอึ ดอัด โลกส่วนตัวต้องมา! ” เราขอสเปซให้ตัวเองบ้างได้ไหม ” #อ้าว ทีตอนเริ่มจีบไม่พูดอย่ างนี้ล่ะ

14. มีกิ๊ กลับหลังแฟน

คบคนเดียวไม่พอซะแล้วสิ! พอแฟนเผลอ อีกฝ่ายก็เริ่มเข้าแอพหาคู่ แชทหาหนุ่มหรือสาวคนอื่นๆ ใช้คำพูดหื่ น 18+ อย่ างไม่ละอายฟ้าดิน

กะว่าถ้าแฟนจับไม่ได้ก็ไม่เลิกคุย ( หรืออาจจะทำมากกว่าคุย ) พอมีเพื่อนมาฟ้องว่าแฟนแอบไปมีกิ๊กผ่านหน้าจอ เธอกลับไม่รู้สึกโก รธหรือเสียใจแม้แต่น้อย

15. แสดงด้านร้ า ยๆ ให้แฟนเห็นซ้ำไปมา

ต่อหน้าเพื่อนๆ พี่น้องหรือคนรู้จัก เธอจะเป็นสาวน้อยอ่อนหวาน อ่อนโยน มุ้งมิ้งที่แสนดี ขยันทำงาน พูดจาไพเราะ

ใครๆ ก็ยกย่องว่าเธอเป็นบุคคลตัวอย่ าง เป็นไอดอลของพวกเขา แต่พออยู่กับแฟน กลับเปลี่ยนโหมดเป็นนางมารร้ า ยทันที ทั้งคำพูดคำจาที่หย าบคาย

อารมณ์ร้ า ย ทำลายข้าวของ แฟนขอร้องให้หยุดยังไงก็ไม่สน ฉันจะเป็นของฉันอย่ างนี้ จะทำไม!

16. อยู่กับแฟนแล้วเหนื่ อยเหมือนถูก ” สูบพลังงานในตัวออกไปหมด “

ทุกครั้งที่ใช้เวลาอยู่กับแฟน เธอจะรู้สึกอ่อนเพลีย แห้งเหี่ ยว เฉาเหมือนดอกไม้ที่ไม่ได้ถูกรดน้ำมาเป็นเดือน

เหมือนถูกสูบพลังงานที่มีออกไปจนหมด ไม่มีอารมณ์แม้แต่จะขยับตัวหรือเอื้อนเอ่ยคำพูดใด ก็พย าย ามทำให้สถานการณ์ดีขึ้นนะ แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการทะเลาะบ้านแตกอยู่ดี

17. ไม่อย ากคุยกับแฟน เพราะความเห็นของเขา” งี่เง่า,ไม่ได้เรื่อง “

เมื่อก่อนก็รู้สึกนะว่าแฟนเป็นคนฉลา ด มีความคิด ทัศนคติดีเยี่ยม จะให้ฟังเขาพูดปราศรั ยเป็นชั่วโมงๆ ก็ยังไหว!

แต่ปัจจุบันนี้เหรอ ส่ายหน้าแค่ต้องทนฟังให้ครบ 5 นาทียังแทบแย่ ทำไมเขาถึงพูดแต่อะไรที่น่าเบื่อ งี่เง่าไม่ได้เรื่อง หาสาระไม่ได้แบบนั้นนะ บ่นอยู่นั่นแหละ รำคา ญ!

17. เปรียบเทียบเขากับ ”หนุ่มในฝัน “

เมื่อก่อนก็เห็นแต่ข้อดี หลงชื่นชมว่าเป็นคนในฝัน แต่พอคบไปนานๆ ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่! อาการเริ่มเปรียบเทียบคนในฝันกับแฟนของตัวเองนั้น

ถ้ามองในแง่ดีก็เป็นการกระตุ้นแฟนให้พัฒนาตัวเอง แต่แนวโน้มข้อเสียมีมากกว่า เพราะจะทำให้แฟนน้อยใจและมองว่า ” ทำไมเรายังไม่ดีพอสักที ” ”เธอต้องการอะไรจากเราเหรอ ”