ไม่มีใครเก่งกว่ากัน อยู่ที่ว่าใครถนัดอะไรมากกว่า

ไม่มีใครเก่งไปกว่ากัน อยู่ที่ว่าใครถนัดอะไรมากกว่า
การดำเนินชีวิตของคนเราในแต่ละวันนั้นจำเป็นที่จะต้องพบเจอผู้คนมากมาย หลายเคยถามตัวเองกันไหมว่า ทำไมเราไม่เก่งเท่ากับเขา ทำไมเขาถึงทำไม่ได้แบบเรา

นั่นเป็นเพราะความแตกต่างที่เกิดขึ้น เขาว่ากันว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอก แต่มันขึ้นอยู่ที่ว่าตัวเราถนัดอะไรมากกว่า ตัวเขาถนัดอะไรมากกว่า อย่าเอามาเปรียบเทียบกัน

นกที่ว่ายน้ำไม่ได้ นั่นไม่ใช่ความผิดของนก ปลาที่มันบินอยู่บนฟ้าไม่ได้ นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของปลา เราเชื่อมาตลอดว่าทุกคนมีข้อดีด้วยตัวของเราเอง แต่ให้อยู่ให้ถูกที่ให้ถูกทาง ให้ถูกจังหวะก็เท่านั้น

เมื่อความสามารถของตัวเรามาพบกับจุดตัดของวันและเวลาโอกาสที่จะแสดงความสามารถของเราก็มาถึง เป็นตัวของตัวเราเอง ถ้าเราไปตามคนอื่นๆอยา กเก่งแบบคนอื่นๆ ตัวเราก็ทำได้แค่เท่าเขา แต่ถ้าหากว่าเรารู้เขา เราคิดวิเคราะห์ในการต่อยอดให้มีความแตกต่างกันออกไป และฝึกฝนตัวเราให้เก่งขึ้นไป ในวันหนึ่ งเราอาจจะแซงเขานำหน้าเขาไปก็ได้

สิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่การคิดการวางแผน และการลงมือทำ คนเราหลายๆคนมักจะชอบมีการเปรียบเทียบคนว่าคนไหนเก่ง คนไหนไม่เก่งด้วยการทำแบบทดสอบหรืออะไรสักอย่างมาให้คนทั้ง 2 คนได้ทำและตัดสินว่าใครเก่งกว่าใคร แต่ในความเป็นจริงแล้วบนโลกนี้มันไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอกนะ เพราะต่างคนต่างก็มีความสามารถมีความถนัดเป็นของตัวเอง มันไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้

เช่น หากเราให้หมอไปลองซ่อมรถยนต์เขาก็อาจจะทำไม่ได้หรือไม่เก่งเท่าช่างเฉพาะทาง ลองให้ช่างซ่อมรถไปดูแลค น ไ ข้ก็คงทำไม่ได้เขาอาจจะรู้แค่การรั ก ษ าเบื้ อ งต้นก็เท่านั้น ไม่ได้รู้จะลึกลงไป

นกที่มันว่ายน้ำไม่เป็น ปลาที่มันเป็นอยู่บนฟ้าไม่ได้ มันไม่ใช่ความผิดของนกและปลา สิ่งสำคัญที่จะต้องรู้ว่าตัวเราเป็นใครหรือเป็นอะไร

ปลาที่มันว่ายน้ำเก่งมากๆ แต่ถ้าหากว่าตัวเราไปตัดสินความเก่งของมันโดยให้ไปปีนต้นไม้ มันก็จากไปพร้อมกับความเชื่อที่ว่า ทั้งชีวิตมันจะคิดว่าตัวมันทำไม่ได้ ในชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน

คนส่วนใหญ่ใช้ทั้งชีวิตที่จะพยายามปีนต้นไม้ให้ได้ทั้งๆที่เป็นปลา นั่นคือความพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบหรือไม่ถนัด เพียงเพราะกระแสสังคมหรือคนรอบข้างที่คอยพูดคอยเปรียบเทียบ เพียงเพราะต้องการเป็นที่ยอมรับของคนอื่นๆ แต่ไม่ได้ทำความต้องการของตัวเราและความถนัดของตัวเราเองเลย